10อันดับหนังสยองขวัญ

  10อันดับหนังสยองขวัญ 2023    ในวงการหนังฮอลลีวูดจะมีหนังประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากผู้คนเป็นอย่างมาก ซึ่งไม่ว่าจะสร้างมากี่ครั้งคนก็แห่ไปดูเสมอ นั่นก็คือ ‘หนังผี’ นั่นเอง และก็ไม่ได้จำกัดแค่วงการฮอลลีวูดเท่านั้น แต่ยังมีหนังผีจากฝั่งยุโรปอีกหลายประเทศที่มีไอเดียแปลกใหม่ น่าสนใจ โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับภูต ผี ปีศาจ ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของหนังผีฝรั่งที่เรามักจะเห็นกันบ่อย ๆ รับรองว่าแต่ละเรื่องจะมอบประสบการณ์กระตุกขวัญปั่นประสาทให้ผู้ชม จนทำให้ใครหลายคนต้องหลอนจนไม่กล้านอนคนเดียวเลย

จัดอันดับหนังสยองขวัญ

อันดับที่ 10 The Shining

ความยาว 2 ชั่วโมง 23 นาที

     The Shining ผลงานระดับขึ้นหิ้งของสุดยอดผู้กำกับ ‘สแตนลีย์ คูบริก’ ที่หลายคนยกย่องให้เป็นเจ้าพ่อแห่งวงการหนังสยองขวัญที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของโลก โดยเฉพาะหนังสยองขวัญเรื่องนี้ที่เล่าถึงเรื่องราวของ “แจ็ก ทอร์แรนซ์” นักเขียนหนุ่มที่พาภรรยาและลูกชายมาปักหลักอยู่ที่โรงแรม Overlook ช่วงหน้าหนาว หลังจากได้รับงานใหม่ เพื่อดูแลความเรียบร้อยของโรงแรมในช่วงหยุดฤดูหนาว ทำให้เขาได้เริ่มต้นทำงานเขียนไปพร้อม ๆ กับการทำงาน แต่ในระหว่างนั้นก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดมากมาย 

     เมื่อแดนนี่ ลูกชายของเขาได้พบกับพ่อครัวที่ชื่อว่า ดิ๊ก ฮัลโลแรน ผู้ซึ่งมีพลังพิเศษสัมผัสที่หกเช่นเดียวกับเขา ที่ทำให้เห็นนิมิตต่าง ๆ และเรียกพลังนี้ว่า ไชน์นิ่ง และครอบครัวก็ได้พบกับสิ่งเหนือธรรมชาติ รวมไปถึงประวัติศาสตร์เบื้องหลังของโรงแรมที่นำไปสู่ฉากจบสุดระทึกขวัญในตอนท้ายเรื่อง

อันดับที่ 9 The Conjuring 

ความยาว 2 ชั่วโมง 23 นาที

    สำหรับใครที่ชื่นชอบหนังผีฝรั่งก็คงจะรู้จักกับแฟรนไชส์หนังผีจักรวาล Conjuring กันดีอยู่แล้ว โดยเป็นหนังที่สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริงของ “เอ็ด” และ “ลอร์เวน” คู่สามีภรรยานักปราบผีที่ได้เดินทางไปช่วยเหลือผู้คนจากสิ่งเหนือธรรมชาติในเคสต่าง ๆ และในหนังภาคแรกของจักรวาล Conjuring ปี 2013 นี้ เป็นเรื่องราวของครอบครัวเพอร์รอน ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหม่ ทว่าหลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มมีเกิดเหตุการณ์แปลก ๆ ขึ้นกับครอบครัว จึงตัดสินใจติดต่อมือปราบผีอย่าง “เอ็ด” และ “ลอว์เรน” ให้มาช่วยเหลือ

     โดยหนังไม่ได้เน้นความน่ากลัวหรือความสยดสยองผี แต่เน้นบรรยากาศที่กดดันและอึดอัดให้ผู้ชมลุ้นตาม จึงนับได้ว่าเป็นหนังผีที่สร้างปรากฏการณ์ความหลอนให้คนดูมากที่สุดอีกหนึ่งเรื่อง และทำให้มีแฟรนไชส์หนังผีในจักรวาล Conjuring ออกมามากมายจนถึงปัจจุบัน

อันดับที่ 8 Sinister

ความยาว 1 ชั่วโมง 46 นาที

      หนังเล่าถึง “เอลิสัน” นักเขียนนิยายแนวฆาตกรรมสยองขวัญ ที่พาครอบครัวย้ายมาอยู่ในบ้านที่เคยเกิดเหตุฆาตกรรม เพื่อใช้เป็นแรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือเล่มใหม่ ซึ่งวันหนึ่งเขาได้บังเอิญพบกับม้วนวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์เก่า ๆ ในบ้านหลังนั้น รวมไปถึงเหตุการณ์การฆาตกรรมสุดสยองขวัญของเจ้าของบ้านคนเก่า ที่ถือเป็นหลักฐานสำคัญของคดีฆาตกรรม แต่ที่น่าประหลาดใจคือ ทุกเหตุการณ์จะมีภาพชายปริศนาคนหนึ่งอยู่ในนั้นเสมอ และเป็นเหตุที่ทำให้ครอบครัวของเขาต้องเผชิญหน้ากับปิศาจร้ายที่จะมาไล่ล่าพวกเขา

      Sinister เป็นหนังผีสยองขวัญที่สามารถสร้างอารมณ์ผวาได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งเรื่อง เพราะนอกจากจะมีพล็อตชวนให้ติดตามแล้ว บรรยากาศในหนังก็ทำให้ผู้ชมหวาดระแวง ไม่ว่าจะเป็น ทั้งจากความน่ากลัวในฉากที่ผีปรากฏตัว หรือดนตรีประกอบที่ช่วยบิ้วท์อารมณ์ให้กับผู้ชม

อันดับที่ 7 The Autopsy of Jane Doe

ความยาว 1 ชั่วโมง 39 นาที

     หากคุณกำลังเบื่อหนังผีแนวเดิม ๆ อย่างบ้านผีสิงหรือแนวมือปราบผี ขอแนะนำให้ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาดูหนังผีแนวสืบสวนจากศพในหนังเรื่องนี้เลยครับ กับเรื่องราวของแพทย์ชันสูตรศพ 2 พ่อลูก ทอมมี่ และ ออสติน ที่ทั้งสองต้องทำการชันสูตรศพหญิงสาวนิรนามรายหนึ่ง จากเหตุกาiณ์ฆาตกรรมในบ้านหลังหนึ่งที่ตำรวจส่งมาให้พวกเขาตรวจสอบ แต่พวกเขาไม่สามารถหาสาเหตุการตายของเธอได้ เนื่องจากศพอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม ในคืนระหว่างการทำงานพวกเขาก็ได้พบเจอเหตุการณ์แปลก ๆ รอบตัว

    ต้องบอกว่าเรื่องนี้สามารถถ่ายทอดฉากการผ่าตัดออกมาได้สมจริง ที่ดูแล้วก็อดหวาดเสียวตามไม่ได้ และถึงแม้ว่าในหนังจะไม่ได้มีฉากผีโผลม่แบบโจ่งแจ้ง แต่ก็สามารถสร้างบรรยากาศขนหัวลุกได้ไม่น้อยจากสิ่งเหนือธรรมชาติ และปมการไขปริศนาที่ชวนให้ผู้ชมสงสัยอยู่ตลอดเวลา

อันดับที่ 6 Insidious 

ความยาว 1 ชั่วโมง 45 นาที

     หลังจากได้รับเสียงตอบรับที่ดีในระดับหนึ่งและประสบความสำเร็จจากหนังภาคแรก ทำให้ Insidious ภาคสองได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสานต่อเรื่องราวความสยองขวัญของครอบครัวแลมเบิร์ต โดยเริ่มเรื่องมาจะเป็นเหตุการณ์ที่ต่อจากภาคแรกทันที หลังจากครอบครัวของจอร์จปะทะกับผีร้ายในภาคแรกจบ พวกเขาก็กลับมาใช้ชีวิตกันได้อย่างปกติและมีความสุข แต่ยิ่งเวลาผ่านไปภรรยาและแม่สามีก็เริ่มสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติในตัวของจอร์จ พวกเขาจึงเริ่มสืบหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ทำให้พวกเขาต้องพบกับวิญญาณที่ชั่วร้ายอีกครั้ง 

     และเนื่องจากไทม์ไลน์ของหนังทั้งสองภาคมีเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างติดกันมาก ๆ ทำให้สำหรับใครที่ยังไม่เคยดูภาคแรกอาจจะงงหรือไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวได้ เราจึงขอแนะนำให้คุณดูให้ครบทั้ง 2 ภาค เพราะจะยิ่งทำให้หนังสนุกและมีอารมณ์ร่วมกับเรื่องมากยิ่งขึ้น

อันดับที่ 5 Ghostbusters

ความยาว 1 ชั่วโมง 51 นาที

     พล็อตหนังเขย่าขวัญที่ถูกคนดูขนานนามว่าน่ากลัวที่สุดในประเทศอาร์เจนตินา กับเรื่องราวของบ้านสามหลังที่พบเจอกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น การตายของอย่างปริศนาของหญิงสาวในบ้านหลังแรก ที่ทำให้สามีตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคนฆาตกรรมภรรยา บ้านหลังที่สองของชายโสดที่กำลังถูกคุกคามจากสิ่งลี้ลับ และบ้านหลังที่สามที่ศพของลูกชายหายไปอย่างลึกลับและพบกับร่องรอยปริศนา ทำให้ตำรวจต้องเข้ามาสืบคดีพร้อมกับนักสืบเรื่องเหนือธรรมชาติ ที่พวกเขาต้องพบกับเหตุการณ์สุดสยองและน่าขนลุก

      โดยการดำเนินเรื่องจะถูกแบ่งออกเป็น 3 พาร์ทในบ้านแต่ละหลัง ที่เนื้อเรื่องมีความซับซ้อนและมีปมปริศนา เพื่อให้คนดูปะติดปะต่อเรื่องราวกันเอาเอง ในบรรยากาศสุดหลอนที่มีทั้งความน่ากลัวและความสยองแทรกเข้ามาเป็นระยะ เพื่อเพิ่มอรรถรสให้กับผู้ชมจนร่วมลุ้นตามตลอดทั้งเรื่อง

อันดับที่ 4 Lights Out

ความยาว 1 ชั่วโมง 20 นาที

     หลังจากผู้เป็นพ่อเสียชีวิตลง “มาร์ติน” ก็อาศัยอยู่กับแม่ที่มีปัญหาทางจิตเพียงลำพัง และทุกอย่างก็ดูเหมือนจะย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ เมื่อแม่ของเขาเริ่มพูดคุยคนเดียวในความมืดกับเพื่อนที่ชื่อ “ไดอาน่า” ปีศาจร้ายที่คอยคุกคามมาร์ตินในเวลาที่ไร้แสงไฟ จนเขาต้องหนีไปพักกับ “รีเบคก้า” พี่สาวต่างพ่อที่แยกไปใช้ชีวิตตัวคนเดียว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่พ้นถูกผีไดอาน่าตามคุกคามอยู่ดี เพราะหลังจากที่มาร์ตินยอมกลับไปอาศัยอยู่กับแม่ เธอก็พบว่าเงาปริศนาที่มาร์ตินเคยเล่าให้ฟังได้มาหาเธอและทิ้งข้อความเอาไว้

     ผลงานของ ผู้กำกับ เดวิด เอฟ แซนด์เบิร์ก ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสั้นบน YouTube ก่อนจะนำมาเปลี่ยนเป็นหนังยาว 80 นาที ที่นำไอเดียการกลัวความมืดมาทำเป็นบรรยากาศในหนังให้มีความน่ากลัว และลุ้นระทึกจากจังหวะเปิด-ปิดไฟ จนทำให้ผู้ชมหายใจไม่ทั่วท้อง

อันดับที่ 3 His House 

ความยาว 1 ชั่วโมง 33 นาที

    เรื่องราวของคู่รักชาวซูดานที่หนีตายจากสงครามกลางเมือง มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะผู้ลี้ภัยที่ประเทศอังกฤษ ที่ระหว่างการเดินทางก็เกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้น เมื่อลูกสาวของพวกเขาพลัดตกลงไปในน้ำและเสียชีวิต ซึ่งทั้งคู่ได้รับสิทธิ์ให้เข้าพักอาศัยในบ้านหลังหนึ่ง แต่บ้านหลังนี่ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่พวกเขาคาดหวัง เมื่อบ้านเก่าและโทรม อีกทั้งมีเงื่อนไขมากมายที่ต้องทำตามไม่เช่นนั้นจะถูกส่งกลับซูดาน และหลังจากย้ายเข้าไปอยู่ได้ไม่นาน พวกเขาก็เริ่มเห็นเหตุการณ์แปลก ๆ ที่จะทำให้พวกเขาต้องจดจำบ้านหลังนี้ไม่มีวันลืม 

      โดยตัวเอกของเรื่องไม่เพียงแค่ต้องเผชิญหน้ากับวิญญาณร้ายเท่านั้น แต่ยังต้องเผชิญกับปัญหาของผู้อพยพที่ไม่ได้รับการยอมรับในต่างแดน และอารมณ์เศร้าเสียใจจากการสูญเสียลูกสาว เรียกได้ว่าเป็นหนังที่หลอมรวมความน่ากลัวเข้ากับประเด็นสังคมและครอบครัวได้อย่างลงตัว

อันดับที่ 2 Mirrors

ความยาว 2 ชั่วโมง 9 นาที

     เป็นเรื่องราวของ “เบน คาร์สัน” อดีตตำรวจที่ผันตัวมาเป็นยามคอยตรวจตราตอนกลางคืนในห้างสรรพสินค้าร้างที่เคยเกิดเหตุไฟไหม้และมีผู้เสียชีวิต ซึ่งหลังจากเริ่มงานได้ไม่นาน เขาก็มักจะเจอภาพหลอนและเหตุการณ์แปลก ๆ ที่มักเกิดขึ้นกับกระจกบานหนึ่งในห้าง ไม่ว่าจะเป็น ภาพสยองที่บิดเบี้ยวในกระจก ภาพสะท้อนของผีตนหนึ่ง หรือแม้กระทั่งเสียงปริศนา ที่ตัวเขาเองก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ ทำให้เบนตัดสินใจสืบหาที่มาของเหตุการณ์ทั้งหมด และประวัติเบื้องหลังของห้างแห่งนี้

      โดยหนังเป็นผลงานรีเมคจากหนังเกาหลีเรื่อง Into The Mirror ในเวอร์ชันฝรั่ง ที่ยังคงเค้าโครงความหลอนเดิมไว้อย่างครบถ้วน โดยตัวหนังมีการทิ้งประเด็นสืบสวนชวนติดตามให้ผู้ชมอยากดูต่อจนจบ จัดว่าเป็นหนังผีสยองขวัญอีกเรื่องที่สามารถสร้างความตื่นเต้น และความน่ากลัวจนดูได้แบบเพลิน ๆ 

อันดับที่ 1 As Above, So Below

ความยาว 1 ชั่วโมง 33 นาที

        เรื่องราวของ “สการ์เล็ต” นักโบราณคดีสาวที่อุทิศตนเองให้กับการไขปริศนาและการตามหาขุมสมบัติโบราณ ซึ่งได้เธอได้ค้นพบเรื่องราวของศิลาในตำนาน ที่เชื่อกันว่าจะมอบชีวิตอันเป็นอมตะให้กับผู้ที่ครอบครอง ทำให้เธอรวมทีมกลุ่มนักสำรวจออกเดินทางไปสำรวจสุสานใต้ดิน ณ ใจกลางกรุงปารีส เพื่อออกตามหาศิลาในตำนานและสืบหาความจริงของสุสานที่ไม่เคยมีใครค้นพบมาก่อน โดยที่ไม่รู้เลยว่าการเดินทางในครั้งนี้ จะทำให้พวกเขาไม่สามารถกลับออกมาได้อีกตลอดกาล 

        เป็นหนังแนว Found Footage หรือมุมมองแบบเรียลลิตี้ที่เหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง ทำให้สร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้ชมได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหนังสยองขวัญแบบแปลกใหม่ แต่มีข้อเสียคือ ภาพจะสั่นและอาจทำให้เวียนหัวได้ จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบบรรยากาศกดดัน

ติดตามข่าวหนังเพิ่มเติมได้ที่ :: รีวิวหนัง
จัดอันดับหนังเพิ่มเติม :: จัดอันดับหนังใหม่ปี2023

รีวิวหนัง น่าสนใจ